คำถามที่พบบ่อยสำหรับเพศชาย
คำจำกัดความของภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย และการวินิจฉัยอาการ
ชมรมที่ศึกษาเกี่ยวกับชายสูงอายุนานาชาติ (The International Society for The Study of the Aging Male: ISSAM) ได้ให้คำจำกัดความของ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายที่เกี่ยวเนื่องกับวัยสูงอายุนี้ว่า หมายถึง
1.กลุ่มอาการแสดงของ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ร่วมกับ
2.ระดับฮอร์โมนเพศชาย(Total Testosterone) ที่ลดต่ำลงกว่าปกติ (ต่ำกว่า 350 ng/dl ตาม EAU Guideline 2018) และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการดำรงชีวิต รวมทั้งการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆในร่างกาย
กลุ่มอาการแสดงของ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ประกอบด้วยอาการอะไรบ้าง
อ้วนลงพุง, หงุดหงิดง่าย, เหนื่อยง่าย หมดแรง, ไม่กระฉับกระเฉง, ขาดสมาธิในการทำงาน, ง่วงนอนหลังมื้ออาหาร, ซึมเศร้า, ไม่มีแรงบันดาลใจ, ร้อนวูบวาบตามตัว และความต้องการทางเพศลดลง
ในปัจจุบัน นิยมใช้แบบสอบถามอะไร เพื่อคัดกรอง ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย
The Androgen Deficiency in Aging Male (ADAM) Questionnaire โดยแบบสอบถามเพื่อคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายนี้ ประกอบด้วย 10 ข้อคำถาม เนื่องจากมีความง่าย ความไว และความจำเพาะสูงในการวินิจฉัย
ทำไมต้องเจาะเลือด ดูระดับฮอร์โมนเพศชาย ตอนเช้า และช้าสุดไม่เกินกี่โมง
เพราะ ฮอร์โมนเพศชาย(Testosterone) หลั่งสูงสุดในตอนเช้า ควรเจาะเลือดตรวจในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 7.00-11.00 น. (ไม่เกิน 11 โมงเช้า)
*โดยไม่จำเป็นต้อง งดน้ำ-งดอาหาร ก่อนมาเจาะเลือด
ค่าปกติของระดับฮอร์โมนเพศชาย(Testosterone) ทั้งหมดในกระแสเลือด มีค่าเท่าไร
ระดับฮอร์โมนเพศชาย(Testosterone) ทั้งหมดในกระแสเลือด จะอยู่ระหว่าง 300-1,000 ng/dl
*โดยในชายอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนเพศชาย(Testosterone) จะลดลงประมาณร้อยละ 1 ต่อปี
*จากสถิติมีการพบ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายได้มากถึง 1 ใน 3 ของชายที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป
ทำไมพอ พร่องฮอร์โมนเพศชายแล้วทำให้คนไข้มักมีโรคร่วมกับ กลุ่มอาการอ้วนลงพุง(Metabolic Syndrome), โรคเบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง
เนื่องจากเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดต่ำลงจนเกิดภาวะ พร่องฮอร์โมนเพศชาย จนมีการสะสม ไขมันที่หน้าท้อง (Visceral Fat) และส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินขึ้น จึงส่งผลให้คนที่พร่องฮอร์โมนเป็น โรคเบาหวานและส่งผลต่อ กลุ่มอาการอ้วนลงพุง ตามมา
การรักษา ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ในชายสูงอายุ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การควบคุมอาหารประเภทแป้งและไขมัน, การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
2.การให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน เพื่อรักษาระดับฮอร์โมนเพศชายที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆในร่างกาย
ข้อบ่งชี้ (Indication) ของการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน คืออะไร
ผู้ที่มีอาการแสดงของ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ร่วมกับ มีระดับฮอร์โมนเพศชาย(Total Testosterone) อยู่ระหว่าง 230-350 ng/dl (ต่ำกว่า 350 ng/dl)
*อาจทดลองให้การรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทนเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน แล้วประเมินผลการรักษาอีกครั้ง
ข้อห้าม (Contraindication) ของการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน คืออะไร
ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้
1.เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม
2.มีความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงสูง
(ค่า hematocrit>54%)
3.มีภาวะหยุดหายใจระหว่างนอนหลับ
4.มีภาวะหัวใจล้มเหลวในการทำงานระดับรุนแรง
5.มีอาการในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างระดับรุนแรง จากโรคต่อมลูกหมากโต(ค่าคะแนน IPSS > 21)
การตรวจติดตามผล (Monitoring) การรักษา จากการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน ควรมีการตรวจอะไรบ้าง
ควรมีการตรวจวัดระดับ
1.ฮอร์โมนเพศชาย(Total Testosterone)
2.Prostate-specific antigen (PSA) เพื่อคัดกรองหาความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก
3.ค่าความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง ก่อนและหลังการรักษา 3-6 เดือน และทุก 1 ปีตามลำดับ
คำถามที่พบบ่อยสำหรับเพศหญิง
เพศ หญิง ต้องอดทน
ไม่รู้ซินะ
เพศหญิงได้มั๊ยคะ
ได้จร้าาาาาา
เพศหญิง ที่ 3
ได้คร้าาาา
ข้อมูลผลิตภัณฑ์
บทความที่เกี่ยวข้อง